ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แอปเขียนไดอารี่ที่ดีที่สุด
รีวิว อ่าน 16 นาที

Day One vs Journey: เทียบกันแบบไม่เข้าข้างใคร (2026)

เทียบ Day One vs Journey ตัวต่อตัว ทั้งความเป็นส่วนตัว ราคา ฟีเจอร์ และแพลตฟอร์ม พร้อมตัวเลือกที่สามสำหรับคนใส่ใจข้อมูลของตัวเอง

Day One vs Journey: เทียบกันแบบไม่เข้าข้างใคร (2026)

ถ้าหาข้อมูล Day One vs Journey มาก่อนหน้านี้ มีโอกาสสูงเลยที่ตัวเลขที่อ่านเจอจะคลาดเคลื่อนไปแล้ว เพราะ Day One เพิ่งปรับโครงสร้างราคาใหม่หมด บทความเปรียบเทียบส่วนใหญ่ยังอ้างราคาเก่า 34.99 ดอลลาร์ต่อปี และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้แบ่งเป็น Silver กับ Gold

⚠️ ถ้าเพิ่งไปอ่านจากที่อื่นมา

Day One ปรับราคาใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 โดย Silver อยู่ที่ 49.99 ดอลลาร์ต่อปี และ Gold อยู่ที่ 74.99 ดอลลาร์ต่อปี บทความส่วนใหญ่ยังโชว์ตัวเลขเก่า 34.99 ดอลลาร์ต่อปีอยู่เลย ราคาและฟีเจอร์ทั้งหมดในบทความนี้ตรวจสอบจากแหล่งทางการโดยตรง

สรุปคำตัดสินแบบรวบรัด

🏆 Day One

เหมาะที่สุดถ้าใช้เครื่อง Apple อยู่แล้ว อยากได้ประสบการณ์การเขียนที่ลงตัว พร้อม E2EE ที่เปิดตลอดเวลา

🌐 Journey

เหมาะที่สุดสำหรับคนใช้ Android, Linux หรือ Chrome OS และคนที่อยากได้คำชวนเขียนแบบมีโครงสร้างนำทาง

🔒 OwnJournal

เหมาะที่สุดถ้าเรื่องเป็นเจ้าของข้อมูลคือสิ่งที่ยอมไม่ได้ — โอเพนซอร์ส zero-knowledge และแพลนเสียเงินถูกที่สุด

ทั้งสามแอปเลือกเดินคนละทาง ทั้งเรื่องความเป็นส่วนตัว โครงสร้าง และแพลตฟอร์มที่รองรับ ตัวที่ใช่จึงขึ้นอยู่กับว่าผู้อ่านคือใคร

ข้ามไปที่: ตารางสรุปสั้น ๆ · เทียบกันฉบับเต็ม · เลือกยังไงดี

สั้น ๆ ก่อน

Day OneJourneyOwnJournal
ราคาเต็มฟีเจอร์49.99–74.99 ดอลลาร์/ปี29.99–49.99 ดอลลาร์/ปี19.99 ดอลลาร์/ปี
E2EE เปิดให้เลย✅ ทุกแพลน❌ ต้องเปิดเอง ปิดค้นหา+AI🔒 BYOS — ไม่มีอะไรให้เข้ารหัส
แพลนฟรี1 อุปกรณ์ ข้อความไม่จำกัด60 รายการ จัด format ไม่ได้ไม่จำกัด หลายอุปกรณ์
แพลตฟอร์ม5 (iOS, Mac, Android, Win, เว็บ)7 (+ Linux, Chrome OS)2 (เว็บ, Android)
เหมาะกับคนใช้ Apple + อยากได้ความลงตัวคน Android/Linux + อยากมีคนนำทางคนอยากตรวจสอบความเป็นส่วนตัวได้

อยากเห็นภาพกว้างขึ้นรวมแอปอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในสามตัวนี้ ลองดูรีวิวแอปเขียนไดอารี่ฉบับเต็ม ของเรา


Day One

💙 49.99–74.99 ดอลลาร์/ปี · E2EE เปิดตลอด

Day One อยู่ในวงการมาตั้งแต่ปี 2011 เริ่มต้นจากทีมเล็ก ๆ ที่รัฐ Utah ใช้ทุนตัวเองเดินมานานสิบปี จนปี 2021 Automattic (เจ้าของ WordPress.com และ Tumblr) เข้าซื้อกิจการในเดือนมิถุนายน

การเข้าซื้อครั้งนั้นเอาทรัพยากรเข้ามาเสริม แต่ไม่ได้เปลี่ยนทิศทางของผลิตภัณฑ์ ทีมผู้ก่อตั้งเดิมก็ยังอยู่ครบ

ภาพหน้าจอแอป Day One

ราคา

Day One ปรับโครงสร้างราคาใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ตอนเปิดตัวแพลนใหม่ เว็บรีวิวหลายเจ้ายังโชว์ราคา 34.99 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งไม่ใช่ราคาปัจจุบันแล้ว

Basic (ฟรี)

เขียนข้อความได้ไม่จำกัด สมุดบันทึกได้ไม่จำกัด มีเข้ารหัสแบบ end-to-end คำชวนเขียนรายวัน เทมเพลต On This Day ส่งออกข้อมูล และใส่รูปได้ 1 รูปต่อรายการ แต่ใช้ได้แค่อุปกรณ์เดียวเท่านั้น นี่แหละคือข้อจำกัดที่สำคัญที่สุดของแพลนฟรี

Silver (49.99 ดอลลาร์/ปี)

ได้ทุกอย่างใน Basic บวกรูปและวิดีโอไม่จำกัด อัดเสียงพร้อมถอดเป็นข้อความ ซิงก์ข้ามอุปกรณ์ เขียนผ่านอีเมล เชื่อมกับ Strava และสั่งพิมพ์เป็นหนังสือจริงได้

Gold (74.99 ดอลลาร์/ปี)

ได้ทุกอย่างใน Silver บวกฟีเจอร์ AI — Daily Chat, Go Deeper prompts สรุปรายการ แนะนำหัวข้อ และสร้างรูปด้วย AI

ไม่มีตัวเลือกจ่ายรายเดือนนะ จ่ายรายปีอย่างเดียวหรือไม่ก็ไม่จ่ายเลย

🏆 ผู้ชนะ (ราคา): Journey ถ้าซื้อ Membership ผ่าน Google Play ได้ (29.99 ดอลลาร์/ปี) แต่ถ้าซื้อทางนั้นไม่ได้ แพลนฟรีอุปกรณ์เดียวของ Day One ก็เป็นจุดเริ่มที่ดีกว่า

ความเป็นส่วนตัวและการเข้ารหัส

เข้ารหัสแบบ end-to-end เป็นค่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019 โดยไม่ต้องแลกฟีเจอร์ใด ๆ เซิร์ฟเวอร์ Day One เก็บแค่ ciphertext ส่วนกุญแจอยู่บนเครื่องของเราเอง

เข้ารหัสแบบ end-to-end ถูกเปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับไดอารี่ใหม่ทุกเล่มของ Day One มาตั้งแต่กันยายน 2019 ครอบคลุมทุกแพลนรวมแพลนฟรี Basic ด้วย เอกสารการเข้ารหัสของ Day One ยืนยันเรื่องนี้ไว้ชัดเจน

เซิร์ฟเวอร์ของ Day One เก็บไว้แค่ ciphertext เท่านั้น บริษัทอ่านไดอารี่เราไม่ออก จะส่งให้ใครที่มาเรียกร้องก็ทำไม่ได้ เพราะกุญแจอยู่กับเรา ไม่ได้อยู่กับเขา

กุญแจเข้ารหัสถูกเก็บไว้บนเครื่อง และสำรองอีกชั้นใน iCloud Keychain ถ้าเปิด Apple Advanced Data Protection ด้วย แม้แต่ Apple เองก็แตะกุญแจใน iCloud ไม่ได้เลย

มีข้อควรรู้อยู่ข้อหนึ่ง — ฐานข้อมูลที่อยู่บนเครื่องของเราไม่ได้ถูกเข้ารหัสซ้อนแยกอีกชั้น Day One อาศัยการเข้ารหัสดิสก์ของระบบปฏิบัติการเป็นหลัก และถ้าทำกุญแจหาย ข้อมูลก็หายถาวรเลย Day One กู้คืนให้ไม่ได้

ส่วนเรื่องการตรวจสอบความปลอดภัย ต้องพูดกันตรง ๆ ว่ามีบริษัทภายนอกชื่อ nVisium เคยตรวจสอบและพบปัญหาระดับปานกลางหลายจุด ซึ่ง Day One ก็แก้ไขไปแล้ว แต่การตรวจสอบนั้นลงวันที่ปี 2017 — เกือบเก้าปีก่อน

ทางทีม Day One บอกไว้ว่ามีแผนปรับปรุงกระบวนการเข้ารหัสและจะจัดตรวจสอบรอบใหม่ตามมา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีรายงานใหม่ออกมา เรื่องนี้เป็นข้อกังวลที่จริงจัง และเว็บรีวิวอื่นมักไม่หยิบมาพูด

อีกอย่างที่ยังไม่มีคือยืนยันตัวตนสองขั้น (2FA) สำหรับการ sign in ด้วยอีเมล/รหัสผ่าน Day One แนะนำให้ใช้ Sign in with Apple หรือ Google แทน

อยากเจาะลึกเรื่องคำกล่าวอ้างด้านการเข้ารหัสของแอปเขียนไดอารี่หลัก ๆ แบบยาว ๆ ลองบทความเจาะลึกความเป็นส่วนตัว ของเราดู

🏆 ผู้ชนะ (ความเป็นส่วนตัว): Day One ทิ้งห่างค่าเริ่มต้นของ Journey ไปไกลพอสมควร ส่วน OwnJournal นั้นแข็งแกร่งกว่าเชิงโครงสร้างถ้าอยากตรวจสอบถึงระดับโค้ด แต่ E2EE ที่เปิดอัตโนมัติของ Day One ก็ยังดีกว่าสิ่งที่ผู้ใช้ 99% จะตั้งค่าได้เอง

แพลตฟอร์มที่รองรับ

iOS, macOS, Android, Windows (เพิ่งเปิดตัวเดือนมีนาคม 2025) และเว็บ บวก Apple Watch สำหรับจดสั้น ๆ รวมเป็น 5 แพลตฟอร์ม

ประสบการณ์บน Android ใช้งานได้ก็จริง แต่คะแนนรีวิวต่ำกว่า iOS อย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากผู้ใช้และนักรีวิว แอป Windows ก็ยังใหม่และยังไม่สมบูรณ์ ตอนนี้ยังไม่มีล็อกด้วยรหัสด้วยซ้ำ ส่วนเว็บแอปก็ยังขาดฟีเจอร์บางอย่างที่มีบนเดสก์ท็อป

สำหรับคนที่ใช้ Apple เป็นหลัก ประสบการณ์ดีมากเลย ส่วนคนอื่น ๆ ก็แล้วแต่เครื่อง

🏆 ผู้ชนะ (แพลตฟอร์ม): Journey — มี 7 แพลตฟอร์มเนทีฟ รวม Linux และ Chrome OS ฝั่ง Day One เน้น Apple ก่อน มี Android ที่ดีแต่ยังตามหลัง ส่วน Journey เริ่มจาก Android ก่อน และมี iOS ที่ดีพอ ๆ กัน

ประสบการณ์การเขียน

ประสบการณ์การเขียนของ Day One ถือว่าดีที่สุดในหมวดนี้ อินเทอร์เฟซสะอาดและโฟกัสกับการเขียนจริง ๆ ขั้นตอนเริ่มเขียนไม่มีอะไรขัดอารมณ์ ระหว่างความอยากเขียนกับการได้เขียนจริง แทบจะไม่มีอะไรคั่นเลย ส่วน metadata อย่างสภาพอากาศ ตำแหน่ง หรือข้างขึ้นข้างแรม ก็แนบเข้ามาเองโดยที่เราไม่ต้องทำอะไร

ฟีเจอร์มัลติมีเดียสำหรับผู้ใช้ Silver และ Gold ก็ครอบคลุมมาก — รูปภาพ วิดีโอ เสียงพร้อมถอดข้อความ วาดรูป ฝัง PDF และสแกนลายมือ

ฟีเจอร์พิมพ์เป็นหนังสือจริงไม่มีในแอปอื่น เราสั่งพิมพ์ปกแข็งหรือปกอ่อนจากไดอารี่ของตัวเองได้เลย ผู้ใช้ระยะยาวหลายคนบอกว่านี่คือสิ่งที่ชอบที่สุดของแอป

ฟีเจอร์ On This Day ก็คอยดึงรายการจากวันเดียวกันของปีก่อน ๆ ขึ้นมาให้เห็น ผู้ใช้ส่วนใหญ่ชอบฟีเจอร์นี้กันมาก

ℹ️ ควรรู้ไว้ถ้าเขียนเรื่องช่วงที่ใจหนัก

”On This Day” ไม่ได้รับรู้เนื้อหา — รายการเรื่อง panic attack จะโผล่ขึ้นมาเคียงข้างความทรงจำวันหยุดโดยไม่แยกแยะ ปิดได้ในการตั้งค่า ซึ่งแนะนำสำหรับใครก็ตามที่ใช้แอปเพื่อเขียนเชิงบำบัด อ่านเพิ่มได้ในคู่มือเขียนไดอารี่สำหรับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ของเรา

🏆 ผู้ชนะ (ประสบการณ์การเขียน): Day One — อินเทอร์เฟซสะอาดกว่า metadata อัตโนมัติแน่นกว่า typography ก็ดีกว่า และเป็นแอปเดียวที่พิมพ์เป็นหนังสือจริงได้ Journey ชนะถ้าอยากได้โปรแกรมแนะนำโดยเฉพาะ ส่วน Day One ชนะถ้าอยากให้แอปหลบทาง แล้วเขียนได้เลย

ฟีเจอร์ AI (Gold tier)

Day One เปิดตัว Daily Chat แบบเปิดใช้ทั่วไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2026 เป็นโหมดเขียนไดอารี่แบบคุยกับ AI ที่คอยถามต่อ มีปฏิกิริยากับสิ่งที่เราเขียน แล้วแปลงบทสนทนาเป็นรายการไดอารี่ให้ มีโหมดเสียงด้วย และมีระบบความจำที่ค่อย ๆ สะสมข้อมูลเกี่ยวกับผู้คน สถานที่ และรูปแบบในชีวิตของเรา

ฟีเจอร์ Gold อื่น ๆ ได้แก่ Go Deeper prompts (คำถามชวนคิดต่อที่สร้างด้วย AI) สรุปรายการ แนะนำหัวข้อ และสร้างรูป

ฟีเจอร์ AI ทุกตัวเป็นแบบ opt-in ชัดเจน ปิดได้ตามใจ Day One บอกว่าบทสนทนาประมวลผลแบบชั่วคราว ลบทิ้งหลังใช้ และไม่ถูกนำไปฝึกโมเดล

แต่การประมวลผลบางส่วนก็ส่งผ่านบริการภายนอก รวมถึง OpenAI สำหรับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวแบบ zero-knowledge จริง ๆ การเปิด AI ก็คือการยอมรับข้อแลกเปลี่ยนนี้

🏆 ผู้ชนะ (AI): เสมอกันคร่าว ๆ Daily Chat ของ Day One ลงตัวกว่า ส่วน Odyssey ของ Journey เก่งกว่าด้านวิเคราะห์ประวัติย้อนหลัง ทั้งคู่ต้องการข้อมูลที่ไม่เข้ารหัสถึงจะทำงานได้ ส่วน AI วิเคราะห์อารมณ์ของ OwnJournal (19.99 ดอลลาร์/ปี) เป็นตัวเลือกเดียวที่ไม่ต้อง

Day One มีและไม่มีอะไรบ้าง

✅ จุดแข็ง⚠️ ช่องว่างและจุดอ่อนจริง ๆ
E2EE เปิดตลอดทุกแพลนไม่มีติดตามอารมณ์หรือติดตามนิสัย
ประสบการณ์การเขียนสะอาดที่สุดในหมวดไม่มีโปรแกรมแนะนำหรือกรอบบำบัด
พิมพ์เป็นหนังสือจริงได้ (ไม่มีใครเหมือน)Android ตามหลัง iOS
Metadata อัตโนมัติ (อากาศ ตำแหน่ง ข้างขึ้นข้างแรม)ไม่มีตัวเลือกจ่ายรายเดือน
On This Day + 15 ปีของการพัฒนาการตรวจสอบความปลอดภัยปี 2017 (ยังไม่อัปเดต)
มัลติมีเดีย: รูป วิดีโอ เสียงพร้อมถอดข้อความบางคนรายงานปัญหาพิมพ์ช้าในต้นปี 2026
Gold tier (74.99 ดอลลาร์/ปี) แพงสำหรับฟีเจอร์ AI

ถ้าอยากให้แอปบอกเราว่าควรเขียนอะไร ไม่ใช่แค่เปิดหน้ากระดาษเปล่าให้ Day One ไม่ใช่ตัวเลือกที่ใช่ อยากเห็นว่าช่องว่างนี้ส่งผลกับเรื่องสุขภาพจิตยังไง อ่านต่อในเปรียบเทียบแอปเขียนไดอารี่สำหรับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ของเรา


มาครึ่งทางแล้ว — แวะอ่านอีกนิด

ลองอ่านสองชิ้นนี้ก่อนตัดสินใจเลือกข้าง:

Journey

💛 29.99–49.99 ดอลลาร์/ปี · ราคาต่างกันตามสโตร์

Journey พัฒนามาตั้งแต่ราว ๆ ปี 2009 และเป็นแอปเขียนไดอารี่สาย Android-first ในหมวดที่ส่วนใหญ่เริ่มจาก iOS ก่อน ผู้พัฒนาคือ Two App Studio Pte. Ltd. บริษัทอิสระขนาดเล็กในสิงคโปร์ และคว้ารางวัล Editors’ Choice จากทั้ง Google Play และ Apple มาแล้วหลายครั้ง

ภาพหน้าจอแอป Journey

ราคา

ราคาของ Journey ซับซ้อนกว่า Day One และเป็นเรื่องที่ผู้ใช้สับสนกันบ่อย ๆ

ฟรี

จำกัดเยอะมาก ซิงก์ผ่าน Google Drive หรือ Journey Cloud (จำกัดที่ 70MB และ 60 รายการ) จัด format ข้อความไม่ได้ ใช้เดสก์ท็อปไม่ได้ ถามคำถาม AI ได้ 10 ครั้งต่อวัน เข้าโปรแกรมแนะนำได้แค่จำกัด แพลนฟรีจำกัดจนคนที่เขียนเป็นประจำส่วนใหญ่ต้องอัปเกรด

Premium (จ่ายครั้งเดียว ต่อแพลตฟอร์ม)

ประมาณ 17.99 ดอลลาร์ต่อแพลตฟอร์ม ซื้อแยกกันแต่ละเครื่อง ปลดล็อกฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มนั้นโดยไม่ต้องจ่ายรายปี แต่ก็ไม่ครอบคลุมแพลตฟอร์มอื่นและไม่รวม Odyssey AI

Membership (รายปี)

นี่แหละคือแพลนที่แนะนำสำหรับคนทั่วไป ราคาต่างกันตามแพลตฟอร์ม — ประมาณ 29.99 ดอลลาร์ต่อปีบน Google Play และ 49.99 ดอลลาร์ต่อปีบน iOS App Store Membership ปลดล็อกทุกฟีเจอร์ครบทุกแพลตฟอร์ม รวม Odyssey AI โปรแกรมแนะนำทั้งหมด เทมเพลตที่ปรับเองได้ และคลาวด์ไม่จำกัด

ตลอดชีพ

ราคาประมาณ 199.99 ดอลลาร์ มีให้ซื้อผ่านบางช่องทาง

ส่วนต่างของราคาระหว่างแพลตฟอร์มน่าสนใจ Membership ตัวเดียวกันราคา 49.99 ดอลลาร์ต่อปีบน iOS แต่เหลือแค่ 29.99 ดอลลาร์ต่อปีบน Android ถ้าใช้ Android เป็นหลักและซื้อผ่าน Google Play ได้ Journey Membership คุ้มกว่า Day One Silver อยู่พอสมควร

ความเป็นส่วนตัวและการเข้ารหัส

เปิดการเข้ารหัสปุ๊บ ค้นหาและ AI ก็ปิดทันที เลยต้องเลือกระหว่างความเป็นส่วนตัวกับฟีเจอร์ ซึ่งเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ Day One ไม่บังคับเรา

โครงสร้างความเป็นส่วนตัวของ Journey ซับซ้อนกว่า Day One และความซับซ้อนนี้ก็มีผลจริง ๆ

ค่าเริ่มต้น Journey จะซิงก์ไปที่บัญชี Google Drive ของเรา หรือเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ของ Journey เอง ทั้งสองทางไม่มีการเข้ารหัสแบบ end-to-end เลย

ถ้าซิงก์ผ่าน Google Drive เซิร์ฟเวอร์ของ Journey จะไม่เก็บไดอารี่ของเรา แต่ข้อมูลก็อยู่ภายใต้นโยบายของ Google ส่วนถ้าใช้ Journey Cloud Sync ที่ไม่เปิด E2EE ไดอารี่จะถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของ Journey และบริษัทอ่านได้

เข้ารหัสแบบ end-to-end มีให้ แต่ใช้ได้แค่บน Journey Cloud Sync เท่านั้น และต้องเลือกเปิดเองตอนตั้งค่า sync drive เอกสาร E2EE ของ Journey อธิบายขั้นตอนไว้ พอเปิดแล้วก็ปิดไม่ได้นะ — ถาวรสำหรับ drive นั้นเลย

ข้อจำกัดที่สำคัญ: เปิด E2EE ใน Journey ค้นหาทั้งหมดจะถูกปิด Odyssey AI ก็ปิดด้วย เพราะ AI ต้องอ่านไดอารี่แบบ plaintext ถึงจะวิเคราะห์ได้ เลยต้องเลือกระหว่างความเป็นส่วนตัวกับฟีเจอร์ ซึ่งเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ Day One ไม่บังคับเรา

จะให้ Odyssey AI ทำงานได้ ไดอารี่ต้องไม่เข้ารหัสและผ่านการประมวลผลของระบบ Journey โดย query ส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ OpenAI Journey ระบุว่า query ถูกลบหลังประมวลผลและไม่ถูกใช้ฝึก AI แต่โครงสร้างพื้นฐานแบบนี้ก็แปลว่า AI กับความเป็นส่วนตัวแบบ zero-knowledge เข้ากันไม่ได้เลย

ตัวเลือก self-hosting ของ Journey ก็เป็นทางเลือกที่จริงจังสำหรับผู้ใช้สายเทคนิคที่อยากคุมเองมากกว่า มี Docker image สำหรับรัน Journey Cloud Sync เซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง พร้อม E2EE ส่วนซอร์สโค้ดเต็มยังระบุว่ากำลังจะมาบน GitHub

อยากดูว่าการเข้ารหัสหมายถึงอะไรจริง ๆ สำหรับไดอารี่ของเรา ลองอ่านไดอารี่ของเราเป็นส่วนตัวจริงไหม?

แพลตฟอร์มที่รองรับ

iOS, Android, macOS, Windows, Linux, เว็บ และ Chrome OS (รันเวอร์ชัน Android และเว็บ) รวม 7 แพลตฟอร์ม — กว้างที่สุดในบรรดาแอปเขียนไดอารี่หลัก ๆ

Journey สร้างขึ้นบน Android ก่อน และก็เห็นได้ชัดเลย ประสบการณ์บน Android คะแนนดีสม่ำเสมอ สำหรับคนที่ใช้หลายระบบปฏิบัติการ โดยเฉพาะใครที่เขียนไดอารี่บน Linux Journey คือตัวเลือกเดียวจริง ๆ ในบรรดาแอปกระแสหลัก

🏆 ผู้ชนะ (แพลตฟอร์ม): Journey — ย้ำอีกครั้ง เพราะนี่คือเหตุผลใหญ่ที่สุดที่จะเลือก Journey แทน Day One

ประสบการณ์การเขียน

ตัวแก้ไขของ Journey มี rich text formatting เยอะกว่า Day One — ทั้งตัวหนา ตัวเอียง รายการ checklist ตาราง สีข้อความ และอื่น ๆ แต่ก็แลกมาด้วยความเรียบง่ายที่หายไป แอปแน่นด้วยฟีเจอร์มากกว่า ทำให้ใช้เวลาเรียนรู้นานกว่า

จุดเด่นจริง ๆ สำหรับผู้ใช้หลายคนคือโปรแกรมเขียนไดอารี่แบบมีคนนำทาง — มากกว่า 60 โปรแกรม ครอบคลุมตั้งแต่ gratitude (ความขอบคุณ) และ mindfulness (สติ) ไปจนถึงการตั้งครรภ์ ความสัมพันธ์ ฟิตเนส และการค้นพบตัวเอง แต่ละโปรแกรมเป็นเส้นทางการเขียนแบบมีโครงสร้างหลายวันหรือหลายสัปดาห์ พร้อมคำชวนเขียนรายวันและคำแนะนำคอยประกบ

สำหรับคนที่อยากได้คนช่วยบอกว่าควรเขียนอะไร ไม่ใช่แค่หน้ากระดาษเปล่า ฟีเจอร์นี้มีค่ามากจริง ๆ และ Day One ก็ไม่มีอะไรเทียบได้เลย ถ้ามองหาคำชวนเขียนเป็นโครงสร้างไว้ตั้งต้น คู่มือคำถามชวนคิดสำหรับเขียนไดอารี่ ของเราก็ใช้ได้กับทุกแอป

Journey ยังมีติดตามอารมณ์ในตัว เป็นระบบ emoji ง่าย ๆ ที่แสดงรูปแบบอารมณ์ในช่วง 30 วัน ส่วน Day One ไม่มีติดตามอารมณ์เลย

Atlas (มุมมองแผนที่) สำหรับรายการที่แท็กตำแหน่ง เยี่ยมมากสำหรับไดอารี่ท่องเที่ยว เราดูรายการที่ปักหมุดบนแผนที่ได้ ทำให้ย้อนรำลึกทริปหรือช่วงเวลาในที่ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นเยอะ

🏆 ผู้ชนะ (คำแนะนำและติดตามอารมณ์): Journey — โปรแกรมแนะนำ 60+ บวกติดตามอารมณ์ในตัว Day One ไม่มีทั้งคู่ นี่คือเหตุผลใหญ่ที่สุดที่จะเลือก Journey ถ้ารู้ตัวว่าต้องการโครงสร้างมาช่วยให้เขียนต่อเนื่องได้

Odyssey AI

Odyssey AI เป็นฟีเจอร์สนทนาที่ขับเคลื่อนด้วย GPT คอยวิเคราะห์ประวัติไดอารี่ของเราเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับรูปแบบ อารมณ์ ความสัมพันธ์ และความก้าวหน้า สรุปธีมต่าง ๆ ระบุข้อกังวลที่วนซ้ำ ๆ และเน้นสิ่งที่เราเคยเขียนถึงคนหรือเรื่องเฉพาะได้ด้วย

ใช้ได้สำหรับผู้ใช้ Membership ที่เปิด Journey Cloud Sync (แบบไม่เข้ารหัส) ต้องมีอย่างน้อย 10 รายการถึงจะทำงานได้ ผู้ใช้ฟรีและ Premium ถามได้ 10 คำถามต่อวัน ส่วน Membership ได้ 50

ข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวก็ใหญ่อยู่ — ถ้าจะใช้ Odyssey AI ไดอารี่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ของ OpenAI Journey ดำเนินการภายใต้นโยบาย GPT แยกต่างหาก และระบุว่าข้อมูลไม่ถูกใช้ฝึกโมเดล แต่ไดอารี่ก็ออกจากโครงสร้างพื้นฐานของ Journey เพื่อให้ประมวลผลอยู่ดี

Journey มีและไม่มีอะไรบ้าง

✅ จุดแข็ง⚠️ ช่องว่างและจุดอ่อนจริง ๆ
รองรับแพลตฟอร์มกว้างที่สุด (7 เนทีฟ รวม Linux)โมเดลราคาสับสนจริง ๆ
โปรแกรมเขียนไดอารี่แบบมีคนนำทาง 60+เปิด E2EE = ปิดค้นหา + AI
ติดตามอารมณ์ในตัวไม่มีพิมพ์เป็นหนังสือจริง (eBook เท่านั้น)
Atlas มุมมองแผนที่สำหรับไดอารี่ท่องเที่ยวไม่มี metadata อัตโนมัติ (อากาศ ข้างขึ้นข้างแรม)
Rich text formatting เยอะกว่า Day OneCustomer service ได้คะแนนต่ำบน Trustpilot
Android-first ได้คะแนนดีสม่ำเสมอมีปัญหาซิงก์กับไดอารี่ขนาดใหญ่บ้าง
มีตัวเลือก self-hosting ด้วย Dockerแพลนฟรีเหมือนช่วงทดลองมากกว่า

OwnJournal: ตัวเลือกที่สามสำหรับคนเน้นความเป็นส่วนตัว

💚 19.99 ดอลลาร์/ปี · โอเพนซอร์ส · แพลนเสียเงินถูกที่สุด

OwnJournal เดินคนละทางกับอีกสองแอปในเรื่องความเป็นส่วนตัว ขณะที่ทั้งคู่พยายามตอบคำถามด้วยการเข้ารหัส OwnJournal เลือกวิธีแก้โจทย์เชิงโครงสร้างแทน

ภาพหน้าจอแอป OwnJournal
ไม่มีอะไรให้รั่วไหล ถูกหมายเรียก หรือเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจได้เลย — เพราะไดอารี่ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ของ OwnJournal ตั้งแต่แรก

แทนที่จะเข้ารหัสข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง OwnJournal ถอนตัวออกจากชั้นข้อมูลทั้งหมด ไดอารี่ถูกเก็บไว้ในบัญชีคลาวด์ของเราเอง — Google Drive, Dropbox, Nextcloud หรือ iCloud — ไม่ได้อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ OwnJournal

บริษัทไม่มีสำเนาไดอารี่ของเราเลย ถ้าโครงสร้างพื้นฐานของ OwnJournal ถูกเจาะ ก็ไม่ทำให้ไดอารี่หลุด เพราะมันไม่ได้อยู่ที่นั่น

จะเปิดเข้ารหัสแบบ end-to-end ทับโมเดลจัดเก็บนี้อีกชั้นก็ได้ โค้ดทั้งหมดเป็นโอเพนซอร์สภายใต้ AGPL-3.0 คำกล่าวอ้างเรื่องความเป็นส่วนตัวเลยตรวจสอบได้ในโค้ดโดยตรง ไม่ต้องเชื่อแค่คำพูด

อัปเดตล่าสุดเพิ่งเพิ่มฟีเจอร์ติดตามอารมณ์และกิจกรรมที่แข่งกับเครื่องมือของ Journey และแอปเฉพาะทางอย่าง Daylio ทุกรายการมีตัวเลือกอารมณ์ emoji (5 ระดับ) แท็กกิจกรรม (ออกกำลังกาย สังคม งาน สมาธิ ฯลฯ) ปฏิทินอารมณ์แบบ heatmap และหน้าสถิติพร้อมกราฟการกระจายอารมณ์ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ วิเคราะห์รายวันของสัปดาห์ และ mood streaks ทั้งหมดอยู่ในแพลนฟรี ส่วนแพลน premium (19.99 ดอลลาร์/ปี) เพิ่ม Activity-Mood Correlations ที่แสดงว่ากิจกรรมไหนเชื่อมโยงกับอารมณ์ดีหรือแย่

มีข้อควรระวังอยู่บ้าง — OwnJournal เป็นแอปที่ใหม่กว่า Day One หรือ Journey รีวิวจากสื่อและผู้ใช้สาธารณะก็ยังน้อยกว่าแอปที่อยู่มานาน

เราได้ลองรีวิวแอปตรง ๆ ที่ app.ownjournal.app สถาปัตยกรรมหลักและฟีเจอร์ทั้งหมดทำงานตามที่บอกไว้ แอปพัฒนาไปไกลพอสมควร แม้ยังไม่ผ่านการขัดเกลานานหลายปีเหมือน Day One และ Journey

ราคา

แพลนฟรี และ 19.99 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับฟีเจอร์ premium รวม AI วิเคราะห์อารมณ์ Activity-Mood Correlations (ความสัมพันธ์อารมณ์-กิจกรรม) และส่งออกเป็น PDF/Word ทำให้เป็นตัวเลือกเสียเงินที่ถูกที่สุดในสามแอป

แพลตฟอร์ม

เว็บและ Android ในตอนนี้ ส่วน iOS อยู่ระหว่างพัฒนา

เหมาะกับ

คนที่เรื่องเป็นเจ้าของข้อมูลคือสิ่งที่ยอมไม่ได้ — อยากได้ติดตามอารมณ์และวิเคราะห์กิจกรรมโดยไม่ต้องยอมสละความเป็นส่วนตัว โค้ดโอเพนซอร์สทำให้คำกล่าวอ้างทุกข้อตรวจสอบได้ ข้อแลกเปลี่ยนคือเป็นแอปใหม่กว่า ฟีเจอร์มัลติมีเดียยังน้อยกว่า และยังไม่มีแอป iOS


เทียบกันแบบเทียบเคียง

Day OneJourneyOwnJournal
ราคาเต็มฟีเจอร์49.99–74.99 ดอลลาร์/ปี29.99–49.99 ดอลลาร์/ปี19.99 ดอลลาร์/ปี
แพลนฟรีดี (ข้อความไม่จำกัด E2EE 1 อุปกรณ์)จำกัดมาก (60 รายการ ไม่มี format)มี
E2EE ค่าเริ่มต้นมี — ทุกแพลนรวมฟรีไม่มี — opt-in เท่านั้นไม่มี — opt-in (BYOS ให้ความเป็นส่วนตัวเชิงโครงสร้างแทน)
ข้อแลกเปลี่ยน E2EEไม่มีปิดค้นหาและ AIไม่มี
ที่เก็บข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ Automattic (USA)เซิร์ฟเวอร์ Journey (SG) หรือ Google Driveคลาวด์ของเราเอง
โอเพนซอร์สไม่Docker image เท่านั้นใช่ (AGPL-3.0)
แพลตฟอร์ม5 (iOS, Mac, Android, Windows, เว็บ)7 (+ Linux, Chrome OS)2 (เว็บ, Android)
คุณภาพ Androidดี แต่ตามหลัง iOSดีมากมี
โปรแกรมแนะนำไม่มี60+ โปรแกรมไม่มี
ติดตามอารมณ์ไม่มีมีมี (emoji + แท็กกิจกรรม)
ฟีเจอร์ AIGold (74.99 ดอลลาร์/ปี)Membership (ราคาต่างกัน)Premium (19.99 ดอลลาร์/ปี)
AI ต้องใช้ข้อมูลไม่เข้ารหัสต้องต้องไม่ต้อง (BYOS)
พิมพ์หนังสือมี (ปกแข็ง/ปกอ่อน)ไม่มี (eBook เท่านั้น)ไม่มี
การตรวจสอบความปลอดภัยมี (2017 — ล้าสมัย)ไม่มีไม่มี
สถิติอารมณ์ไม่มีมุมมอง 30 วันสถิติฟรี + Activity-Mood Correlations เสียเงิน
อายุบริษัท15 ปี10+ ปี~1 ปี

แพลนฟรีให้อะไรเราจริง ๆ บ้าง?

คนส่วนใหญ่ก็จะลองแพลนฟรีก่อนค่อยจ่ายเงิน ตรงนี้แหละที่ความต่างมีน้ำหนัก

Day One (Basic)Journey (ฟรี)OwnJournal (ฟรี)
รายการข้อความไม่จำกัดสูงสุด 60 (คลาวด์)ไม่จำกัด
ไดอารี่/สมุดบันทึกไม่จำกัดจำกัดไม่จำกัด
อุปกรณ์1 อุปกรณ์เท่านั้นหลายอุปกรณ์ (ไม่มีเดสก์ท็อป)หลายอุปกรณ์
จัด format ข้อความมีไม่มีมี
รูปภาพ1 รูปต่อรายการจำกัดมี (ฟรี)
E2EEมี (ทุกแพลน)ไม่มีมี (เลือกได้)
ค้นหามีมีมี
คำชวนเขียนรายวันมีจำกัดแท็กกิจกรรม
ติดตามอารมณ์ไม่มีจำกัดมี (ฟรี)
ฟีเจอร์ AIไม่มี10 คำถาม/วันไม่มี
ส่งออกข้อมูลมีจำกัดจำกัด
โปรแกรมแนะนำไม่มีเข้าถึงได้จำกัดไม่มี
แอปเดสก์ท็อปมี (1 อุปกรณ์)ไม่มีเว็บเท่านั้น
ที่เก็บคลาวด์รวมในแพลนจำกัด 70MBคลาวด์ของเราเอง

แพลนฟรีของ Day One ใจกว้างที่สุดสำหรับการเขียน — ข้อความไม่จำกัด ไม่มีเพดานพื้นที่เก็บ แค่ล็อกอุปกรณ์เดียวเท่านั้น ถ้าเขียนบนมือถืออย่างเดียวอยู่แล้ว ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้จริง

แพลนฟรีของ Journey จำกัดที่สุด แค่ 60 รายการบวกจัด format ไม่ได้ ทำให้รู้สึกเหมือนช่วงทดลองมากกว่าแพลนใช้งานยาว ๆ

แพลนฟรีของ OwnJournal เปิดกว้างที่สุดเชิงโครงสร้าง เขียนได้ไม่จำกัดข้ามอุปกรณ์ เก็บในคลาวด์ของเราเอง พร้อมติดตามอารมณ์ด้วย emoji แท็กกิจกรรม ปฏิทินอารมณ์แบบ heatmap และสถิติอารมณ์ครบ — ทั้งหมดฟรี


Day One กับ Journey เป็นส่วนตัวจริงแค่ไหน?

ทั้ง Day One และ Journey เข้ารหัสข้อมูลของเราเหมือนกัน แต่ทำคนละแบบ ซึ่งส่งผลต่อสิ่งที่การเข้ารหัสปกป้องจริง ๆ

E2EE ของ Day One เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับไดอารี่ใหม่ และไม่จำกัดฟีเจอร์ใด ๆ Day One อ่านไดอารี่เราไม่ออก ส่งให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ขอก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีกุญแจอยู่กับตัว

ข้อจำกัดคือฐานข้อมูลบนเครื่องอาศัยการเข้ารหัสของ OS เป็นหลัก และการตรวจสอบปี 2017 ก็ยังไม่อัปเดต

ส่วน E2EE ของ Journey มีให้ก็จริง แต่ต้องเปิดเอง ใช้ได้แค่ Journey Cloud Sync (ไม่ใช่ Google Drive) และทำให้ฟีเจอร์เด่นที่สุดของแอปพังไปด้วย เราเสียทั้งการค้นหาและ Odyssey AI ทันทีที่กดเปิด ส่วนการที่ Google Drive sync เป็นค่าเริ่มต้น ก็แปลว่าข้อมูลอยู่ภายใต้นโยบายและการปฏิบัติของ Google ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ติดตั้ง Journey แล้วใช้ค่าเริ่มต้นเลย ไม่ได้มีการเข้ารหัสที่หมายความอะไรจริงจัง

แนวทาง BYOS ของ OwnJournal ต่างเชิงสถาปัตยกรรมเลย แทนที่จะตอบว่า “จะเข้ารหัสข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของเราอย่างไร” กลับตอบว่า “ทำยังไงถึงจะไม่ต้องเก็บข้อมูลของผู้ใช้เลย”

ผลลัพธ์ด้านความเป็นส่วนตัวก็แข็งแกร่งกว่าการเข้ารหัสรูปแบบใด ๆ เพราะไม่มีอะไรบนเซิร์ฟเวอร์ OwnJournal ให้รั่ว ให้ถูกหมายเรียก หรือเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจตั้งแต่แรก โค้ดโอเพนซอร์สก็ทำให้ตรวจสอบได้แบบอิสระ ข้อจำกัดคือแอปยังใหม่ ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอิสระ และยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับใหญ่

คำตัดสินด้านความเป็นส่วนตัวในย่อหน้าเดียว

สำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ความเป็นส่วนตัวของ Day One เพียงพอ และดีกว่าค่าเริ่มต้นของ Journey มาก ส่วนคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวแบบตรวจสอบได้และไม่ต้องไว้ใจเซิร์ฟเวอร์ใคร OwnJournal เป็นตัวเลือกที่แข็งแรงกว่าเชิงสถาปัตยกรรม — ถ้ารับได้กับการเป็นแอปที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น


เลือกแอปไหนดี?

เลือก Day One ถ้า

  • ใช้อุปกรณ์ Apple เป็นหลัก (iPhone, Mac)
  • อยากสร้างไดอารี่มัลติมีเดียระยะยาวแบบครบเครื่อง — รูป วิดีโอ เสียง อากาศและตำแหน่งอัตโนมัติ
  • อยากได้เข้ารหัสแบบ end-to-end ที่ใช้ได้โดยไม่ต้องปิดอะไรเลย
  • คิดว่าวันหนึ่งจะสั่งพิมพ์ไดอารี่เป็นหนังสือจริง
  • รับได้กับราคา 49.99–74.99 ดอลลาร์/ปี เพื่อประสบการณ์เขียนไดอารี่บน Apple ที่ดีที่สุด

เลือก Journey ถ้า

  • ใช้ Android, Linux, Windows หรือ Chrome OS เป็นเครื่องหลัก
  • อยากได้คำแนะนำเชิงโครงสร้าง — คำชวนเขียน โปรแกรมแนะนำ ติดตามอารมณ์
  • เป็นผู้ใช้ Android ที่ซื้อ Membership ผ่าน Google Play ได้ในราคา 29.99 ดอลลาร์/ปี
  • อยากได้แผนที่แสดงประวัติไดอารี่ไว้ดูตอนทบทวนทริปเที่ยว
  • พอใจกับข้อแลกเปลี่ยนของ Google Drive sync หรือยอมแลกค้นหาและ AI เพื่อ E2EE ได้

ลอง OwnJournal ดูถ้า

  • ความเป็นเจ้าของข้อมูลคือเรื่องที่สำคัญที่สุด และอยากตรวจสอบคำกล่าวอ้างจากในโค้ดได้
  • อยากได้ติดตามอารมณ์และวิเคราะห์กิจกรรมโดยไม่ต้องลดทอนเรื่องความเป็นส่วนตัว
  • ใช้ Android เป็นหลัก หรือใช้เว็บอยู่แล้ว
  • ราคา 19.99 ดอลลาร์/ปี และเขตอำนาจศาล EU/GDPR เป็นเรื่องสำคัญ

ลองมองที่อื่นถ้า

  • อยากได้ฟรีโดยไม่มีข้อจำกัด: Apple Journal (ฟรี E2EE เปิดตลอด iOS/iPad/Mac เท่านั้น)
  • ใช้ Windows เป็นหลัก: Diarium (~9.99 ดอลลาร์ จ่ายครั้งเดียวต่อแพลตฟอร์ม)
  • อยากได้ติดตามอารมณ์โดยไม่ต้องเขียนยาว: Daylio (แม้ตอนนี้ OwnJournal ก็มี emoji mood tracking และ activity tagging ควบคู่กับเขียนไดอารี่แล้วเหมือนกัน)
  • อยากได้แอปที่เน้น AI: Rosebud หรือ Reflection

คำถามที่พบบ่อย

Day One ใช้ฟรีได้ไหม?

มีแพลนฟรีอยู่ แต่จำกัดให้ใช้ได้แค่อุปกรณ์เดียวเท่านั้น ถ้าอยากเขียนข้ามเครื่อง ต้องอัปเป็น Silver ราคา 49.99 ดอลลาร์ต่อปี

Journey ใช้ฟรีได้ไหม?

มีแพลนฟรีก็จริง แต่จำกัดเยอะมาก จัดรูปแบบข้อความไม่ได้ เก็บได้แค่ 60 รายการบนคลาวด์ ใช้บนเดสก์ท็อปไม่ได้เลย คนที่เขียนจริงจังส่วนใหญ่เลยต้องสมัคร Membership อย่างน้อยที่สุด

ตัวไหนดีกว่าบน Android?

Journey แหละ เพราะถูกสร้างขึ้นบน Android เป็นที่แรก ทั้งความครบของฟีเจอร์และคะแนนรีวิวก็ดีกว่า Day One บน Android อย่างชัดเจน

Day One เข้ารหัสข้อมูลไหม?

เข้ารหัสแบบ end-to-end อยู่แล้วทุกแพลน รวมแพลนฟรี Basic ด้วย เปิดเป็นค่าเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2019

Journey เข้ารหัสข้อมูลไหม?

ค่าเริ่มต้นไม่ได้เข้ารหัส end-to-end ใช้ได้แค่บน Journey Cloud Sync และต้องเปิดเอง พอเปิดปุ๊บ ฟีเจอร์ค้นหาและ Odyssey AI จะถูกปิดไปด้วย

แอปไหนเหมาะกับการเขียนเพื่อดูแลใจ?

Journey เป็นหลัก เพราะมีโปรแกรมแนะนำและติดตามอารมณ์ — ฟีเจอร์ที่ให้โครงสร้างเชิงดูแลใจซึ่ง Day One ไม่มี ถ้าความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับการเขียนเรื่องในใจ E2EE ที่เปิดเป็นค่าเริ่มต้นของ Day One ก็เป็นข้อได้เปรียบที่จริงจัง อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความแอปเขียนไดอารี่ที่ดีที่สุดสำหรับความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า ของเรา


เริ่มตรงนี้เลย

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ ส่วนใหญ่จะรู้คำตอบในใจอยู่แล้วแหละว่าตัวไหนใช่ ที่เหลือก็แค่ลงมือทำคืนนี้:

  • ใช้ Apple และอยากได้ประสบการณ์การเขียนที่ดีที่สุด: ติดตั้ง Day One Basic (ฟรี) ลองเขียน 3 รายการในสัปดาห์นี้ แล้วค่อยตัดสินใจว่า Silver (49.99 ดอลลาร์/ปี) คุ้มไหม
  • ใช้ Android, Linux หรือต้องการคนนำทาง: ติดตั้ง Journey แล้วคว้า Membership บน Google Play 29.99 ดอลลาร์/ปีถ้าตัดสินใจอยู่ต่อ — คุ้มที่สุดในสามตัวนี้เลย
  • เรื่องความเป็นส่วนตัวยอมไม่ได้: ลอง OwnJournal ที่ app.ownjournal.app แพลนฟรีใช้งานได้จริง ส่วนแพลน Plus 19.99 ดอลลาร์/ปี ก็เป็นตัวเลือกเสียเงินที่ถูกที่สุดในที่นี้

ให้เวลาแอปที่เลือกสักเจ็ดวันของการเขียนแบบจริงใจก่อนตัดสินใจจ่าย แอปเขียนไดอารี่ที่ดีที่สุดก็คือแอปที่เราเปิดแล้วเขียนจริง วิธีเดียวที่จะรู้คือลองด้วยคำพูดของตัวเอง


อ่านเพิ่มเติม